Monday, December 31, 2012

วิธีรักษาหุ่นสวยโดยไม่ต้องอดอาหาร


การวิจัยจากหลากหลายสถาบันแสดงให้เห็นว่าการอดมื้อกินมื้อหรือการโหมอด อาหารไม่ใช่ทางเลือกที่ดีถ้าคุณอยากจะควบคุมน้ำหนัก เพราะทันทีที่ร่างกายขาดอาหารก็จะส่งผลไปที่สมองและจะทำให้เรารู้สึกว่า ครั้งต่อไปต้องรับประทานให้มากขึ้น ซึ่งผลกระทบเหล่านี้จะทำลายแผนการดีๆที่คุณวางไว้เพื่อรักษาหุ่นสวยของคุณ ลองพบกับวิธีใหม่ๆที่ทำให้คุณรักษารูปร่างในฝันไว้ได้ตลอดไป

1. รับประทานอาหารเช้าที่ดี มีประโยชน์
อาหาร เช้ามีบทบาทสำคัญในการเร่งอัตราการเผาผลาญของร่างกาย ที่ทำงานอย่างช้าๆมาตลอดคืน ดังนั้นอาหารเช้าจึงเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดของวัน การวิจัยต่อเนื่องครั้งหนึ่งพบว่าในระยะเวลาห้าปีกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายที่ รับประทานอาหารเช้าเป็นมื้อใหญ่ที่สุดเป็นกลุ่มคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยที่สุด แม้ว่าปริมาณการทานอาหารต่อวันของคนกลุ่มนี้จะมากกว่ากลุ่มอื่น

เราควรรับประทานอาหารเช้าในปริมาณเพียงพอที่จะทำให้รู้สึกอิ่มจนถึงเที่ยง เคล็ดลับก็คือคุณควรเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนในมื้อเช้าของคุณ เช่น ไข่หรือเบคอน (หรือทั้งสองอย่าง) เพื่อให้คุณมีพลังงานไว้ใช้ตลอดช่วงเช้าและไม่ทำให้คุณรู้สึกหิวบ่อยๆตลอด ทั้งวัน

2. เพิ่มปริมาณโปรตีนในมื้อกลางวัน
อาหารกลางวันคืออาหารมื้อหลักของวัน ดังนั้นอย่าเสียวลาไปกินแซนวิชชิ้นเล็กๆเลย ทานอาหารกลางวันให้เต็มที่เพราะช่วงสิบโมงเช้าถึงบ่ายสองโมงเป็นช่วงเวลาที่ ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อาหารที่ทานเข้าไปจึงถูกย่อยและดูดซึมได้ดีที่สุด

3. ไม่ทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตหลังห้าโมงเย็น
เป็นที่รู้กันว่าระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายจะทำงานช้าลงในเวลาเย็นและร่างกาย จะเอาพลังงานที่ไม่ได้ถูกเผาผลาญไปเก็บไว้เป็นไขมันส่วนเกิน สาวๆบางคนบอกว่าการรักษารูปร่างเป็นไปได้ง่ายขึ้น ถ้าพวกเธองดอาหารจำพวกแป้งในมื้อค่ำ ดังนั้นถ้าคุณไม่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงตอนเย็นก็เท่ากับว่าคุณ ได้ควบคุมปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันไปในตัว คุณก็จะมีสัดส่วนที่สวยงามได้โดยไม่ต้องพยายามอะไรมาก

   4. ทานอาหารมื้อเย็นให้น้อยลง
มื้อเย็นควรเป็นมื้ออาหารที่เล็กที่สุดของวัน แม้โดยปกติแล้วมื้อเย็นเป็นมื้อที่คนทั่วไปมีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารที่ มีไขมันและน้ำตาลสูงเช่นเค้ก หรือคุ้กกี้เพราะความเบื่อหรือเหนื่อย ดังนั้นการงดอาหารจำพวกแป้งจะทำให้เราเว้นของพวกนี้ไปโดยอัตโนมัติ ในทางตรงกันข้าคุณควรทานอาหารที่มีโปรตีนสูงให้มากขึ้นเพื่อให้รู้สึกอิ่ม ท้อง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณไม่ควรทานอาหารมื้อค่ำช้าเกินไปเพื่อให้ร่างกายมีเวลาย่อยอาหารก่อนเข้า นอน คุณจะนอนหลับสนิทและรู้สึกสดชื่นยามตื่นตอนเช้า


Credit: Lifestyle Asia

Sunday, December 30, 2012

ซุปใสหนวดมังกร (1 ขวบ)




ซุปใสหนวดมังกร


อาหารสำหรับเด็ก วัย 1 ปี


ส่วนผสม

  •          วุ้นเส้น 1 ถ้วยตวง
  •          น้ำซุปกระดูกหมู 2 ถ้วยตวง
  •          แครอทสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  •          เนื้อหมูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  •          เต้าหู้ถั่วเหลืองหั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
  •          ไข่ไก่ 1 ฟอง


 วิธีทำ

ตั้ง น้ำซุปให้เดือด ปั้นหมูสับเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่ลงไปรอจนสุก และลอยขึ้นมา จากนั้นใส่เต้าหู้ แครอท และวุ้นเส้นลงไป พร้อมกับลดไฟลง ตีไข่ให้เนียนเทเป็นเส้นเล็ก ๆ ลงหม้อ คนจนไข่สุก ยกลงเสิร์ฟ


โคลีน เพื่อนรักกับความจำ

ไข่ และแครอท มีโคลีนตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความจำของสมอง รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เรียกว่าถ้าขาดโคลีนอาจจะทำให้สมองเสื่อม และกระทบกับการเรียนรู้ของลูกน้อย


Credit:  ModernMom

Saturday, December 29, 2012

ออกกำลังกายตอนตั้งครรภ์ ให้ประโยชน์มากมาย


ผลจากการศึกษาหลายฉบับแสดงให้เห็นว่าการรักษาความฟิตขณะตั้งครรภ์อาจ เกี่ยวพันกับความเจริญเติบโตและสุขภาพของ ทารก ตัวอย่างเช่น การศึกษาจากนักวิทยาศาสตร์ประเทศแคนาดาแนะนำให้ออกกำลังแบบแอโรบิกตอนตั้ง ครรภ์จะทำให้หัวใจ ของทารกมีสุขภาพดีมากขึ้น และการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ประเทศนิวซีแลนด์ที่เชื่อมโยงการออกกำลังกาย ตอนตั้งครรภ์ กับการคลอดทารกที่น้ำหนักพอดี นั่นหมายความว่านอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การทำตัวให้กระปรี้กระเปร่า ตอนตั้งครรภ์ มีประโยชน์ทั้งต่อตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์ด้วย

ดร.พอล ฮอฟแมน จาก The University of Auckland กล่าวถึงผลการศึกษาว่า "การออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำจะ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินพิกัดของว่าที่คุณแม่ รวมถึงทารกในครรภ์ด้วย เนื่องจากทารกแรกคลอดที่ตัวโตมีความเสี่ยง น้ำหนักตัวเกินพิกัดในอนาคตด้วยเช่นกัน"

ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากการ คลอดทารกน้ำหนักเกินคือ เพิ่มความเสี่ยงอาการแทรกซ้อนตอนคลอด เช่น ทารกติดคาอยู่ใน ช่องคลอดและฝีเย็บ (ผิวระหว่างช่องคลอดกับทวาร) ฉีกขาด อย่างไรก็แล้วแต่ ใช่ว่าแม่ที่มีลูกตัวโตจะมีอาการแทรกซ้อนไป หมดทุกคน แต่สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทารกตัวโตส่วนใหญ่มักเกิดจากแม่ที่มีน้ำหนักตัวมาก เกินพิกัดหรือแม่เป็นโรคเบาหวานตอนตั้งครรภ์

กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ จึงแนะนำให้สตรีมีครรภ์หมั่นออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เช่น เดินเร็วๆ และว่ายน้ำ วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้ง

Credit: Mother & Baby

Friday, December 28, 2012

แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ทำงานอย่างไร


เป็นเรื่องง่ายในปัจจุบันที่ผู้หญิงเราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองว่าขณะนี้ได้ ตั้งครรภ์หรือไม่ เมื่อไม่แน่ใจ ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ เมื่อตนพบว่าประจำเดือนไม่มาตามปกติ

แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป กลไกของการทำงานและให้เกิดการแสดงผล ออกมาก็ไม่สลับซับซ้อนจนเกินไป สามารถศึกษาและทำความเข้าใจได้ เรามาลองพิจารณาดูหลักของการตรวจ ทดสอบจะต้องตรวจหาฮอร์โมนชนิดหนึ่งในปัสสาวะของผู้หญิง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกผลิตขึ้นหลังจากไข่ของ ฝ่ายหญิงได้ถูกผสมกับสเปริ์มของฝ่ายชายแล้ว ฮอร์โมนชนิดนี้มีชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (ขอเรียกสั้นๆ ว่า hCG) โดยมันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 2 - 3 วัน และมีปริมาณสูงสุด ณ สัปดาห์ ที่แปดของการตั้งครรภ์ การตรวจให้เกิดการแสดงผลว่ามีฮอร์โมนชนิดนี้ อาศัยการเกิดปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกัน อิมมูล  สารภูมิต้านทาน (Antibody) ซึ่งเป็นโปรตีนลักษณะรูปตัว Y ร่างกายจะสร้างขึ้นทุกครั้ง เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมที่เราเรียกว่า สารก่อภูมิต้านทาง (Antigen) เพื่อจะเข้าไปจับสารก่อภูมิต้านทานเพื่อ ทำให้หมดฤทธิ์

โดยทั่วๆ ไป ลักษณะรูปร่างของแผ่นทดสอบฯ มักจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ มีความหนาเล็กน้อย พื้นผิวของแผ่นจะมีบริเวณที่เป็นหลุมอยู่สองส่วนที่เป็นส่วนสำคัญ และจะเคลือบด้วยสารภูมิต้านทาน (Antibody) ที่สกัดได้จากสัตว์ 2 ประเภทซึ่งต่างชนิดกัน หลุมหนึ่งเป็นบริเวณทดสอบ อีกหลุมหนึ่งเป็นบริเวณควบคุม สารภูมิต้านทานที่สกัดได้จากสัตว์นี้จะติดไว้ด้วยเอนไซม์ที่สามารถเปลี่ยน ให้เห็นเป็นแถบสีได้ โดยเอนไซม์จะ ทำงานต่อเมื่อเกิดการจับกันระหว่างสารก่อภูมิต้านทานกับสารภูมิต้านทาน

เมื่อ เราหยดปัสสาวะบนแผ่นทดสอบฯ ณ บริเวณที่กำหนด หากในปัสสาวะมีฮอร์โมน hCG ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม เป็นสารก่อภูมิต้านทาน ของผู้หญิงนั้น ด้านหนึ่งของฮอร์โมน hCG ได้ถูกจับกับสารภูมิต้านทานของคนไว้ก่อนแล้ว อีกด้านหนึ่งที่เหลือ จะถูกจับกับสารภูมิต้านทานที่เคลือบบนแผ่นหลุม ณ บริเวณทดสอบ ดังนั้นบริเวณนี้ก็จะปรากฏแถบสีขึ้น ส่วนสารภูมิต้านทานที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้จับกับฮอร์โมน hCG (ปกติร่างกายจะสร้างสารภูมิต้านทานไว้มากเกิน จำนวนสารก่อภูมิต้านทานเสมอ) ก็จะเคลื่อนไปจับกับสารภูมิต้านทานที่เคลือบอยู่ ณ บริเวณควบคุม เนื่องจาก สารภูมิต้านทานที่เคลือบอยู่นี้เป็นสิ่งที่สกัดได้จากสัตว์ จึงเป็นเหมือนสารก่อภูมิต้านทานสิ่งแปลกปลอม ที่ปัสสาวะคนสัมผัส เกิดแถบสีขึ้นอีกเหมือนกัน การปรากฏแถบสีขึ้น 2 แห่งนี้ แสดงผลว่าผู้หญิงนั้นตั้งครรภ์ แต่หากเกิดแถบสีขึ้น ณ บริเวณควบคุมเพียงแห่งเดียว แสดงผู้หญิงนั้นไม่ได้ตั้งครรภ์ (มีเพียงสารภูมิต้านทาน ของคนที่จับกับสารภูมิต้านทานที่สกัดจากสัตว์ ไม่มีส่วนของสารภูมิต้านทานของคนที่ถูกจับกับฮอร์โมน hCG อยู่เลย) และถ้าเกิดแต่แถบสี ณ บริเวณทดสอบเพียงแห่งเดียว หรือไม่ปรากฏแถบสีทั้งสองบริเวณนั้น แสดงว่า แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์เสีย หรือเสื่อมคุณภาพ หมดอายุการใช้งาน แล้วแต่กรณี กรณีเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้

ฉะนั้น เวลาท่านไปหาซื้อมาใช้ แผ่นทดสอบฯ จะบรรจุห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ป้องกันให้อยู่คงสภาพใช้งานไว้ เมื่อฉีกกระดาษฟอยล์ออกโปรดดำเนินการทดสอบทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเสื่อมสภาพได้ และโปรดดู วันที่ระบุวันหมดอายุไว้บนกล่องด้วย หากท่านมีข้อสงสัยประการใด โปรดสอบถามกับเภสัชกรประจำร้านได้

Credit:  องค์การเภสัชกรรม

Thursday, December 27, 2012

อินทรี in บลูเบอร์รี่ อาหารบำรุงสมอง


อินทรี in บลูเบอร์รี่ อาหารบำรุงสมอง

ส่วนผสม
ปลาอินทรี บลูเบอร์รี่ สับปะรดหั่นเต๋า เมล็ดถั่วลันเตา น้ำมันพืช เกลือและน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย
วิธีทำ
1.ตั้งกระทะให้ร้อน ทอดปลาอินทรีให้เหลืองกรอบ ตักขึ้น ซับน้ำมันแล้วพักไว้
2.ปั่นบลูเบอร์รี่ให้ละเอียด เทลงกระทะใส่สับปะรด เมล็ดถั่วลันเตา ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล เคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ จนสุกดี
3.นำซอสบลูเบอร์รี่ราดลงบนปลาอินทรีตกแต่งด้วยผักต่าง ๆ ตามชอบ
Tip
ปลา ทอดกรอบอร่อย... ต้องเริ่มตั้งแต่เลือกซื้อปลาที่สดใหม่ เพราะหนังปลาจะไม่ค่อยติดกระทะเหมือนปลาที่ไม่สด อาจทาเกลือป่นที่ตัวปลาก่อนนำไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ ด้วยไฟปานกลาง รอจนปลาลอยขึ้นมา แล้วค่อยพลิกตัวปลาไม่ควรพลิกตัวปลาบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เนื้อปลาเละ

Credit:  รักลูก

Wednesday, December 26, 2012

การดูแลความสะอาดของ...สะดือ


สะดือนับว่าเป็นจุดเรียกร้องความสนใจของบรรดาสาวๆ ที่มักนิยมใส่เสื้อโชว์สะดือกัน แถมบางคนยังมีการเจาะสะดือเพื่อเน้นความเซ็กซี่เข้าไปอีก

แต่อย่าลืม ว่าสะดือของคนเรานั้นเป็นจุดที่อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เพราะสะดือมีลักษณะเป็นซอกที่อับชื้น เหมาะสำหรับเชื้อราและเชื้อยีสต์จะเจริญเติบโตได้ดี หากมีการติดเชื้อราหรือยีสต์ สะดือจะมีสีแดงและผิวรอบๆ สะดือก็จะแดง และมีอาการคันร่วมด้วย

เมื่อมีการติดเชื้อราเชื้อยีสต์แล้ว ผิวจะอ่อนแอ จึงอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำเหลืองซึมๆ หรือเป็นสะเก็ด จึงคาดว่าอาจเป็นเชื้อราที่สะดือนำมาก่อน แล้วตามมาด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตาม ผื่นแดงที่สะดืออาจไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อก็ได้ อาจเป็นผื่นแดงจากโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งในกรณีนี้จะพบผื่นแดงมีขุยตามแขน ขา และลำตัวร่วมด้วย

สำหรับการปฏิบัติเพื่อรักษาอนามัยที่ดีให้กับสะดือ
  •        ห้ามแคะ หรือ แกะเกาสะดือ
  •        อย่าพยายามปลิ้นสะดือออกมาเพื่อทำความสะอาด ให้ใช้น้ำเปล่าหรือสบู่อ่อนทำความสะอาด และที่สำคัญต้องซับให้แห้ง
  •        ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้ผิวระคายเคือง
  •        ถ้าเป็นโรคติดเชื้อรา อาจใช้ยาทาแก้เชื้อรา ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ผิวหนังโดยด่วน

Credit: หนังสือฉลาดรู้เรื่องสุขภาพ

Tuesday, December 25, 2012

มันฝรั่งตุ๋นไข่แดงแรงฤทธิ์

หลังจากเสริมสมองด้วยนมแม่มาตลอด 6 เดือน สมองของเจ้าตัวเล็ก วัยหัดกินก็ยังพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งด้วยอาหารค่ะ อาหารในช่วงแรกของการเริ่มหัดกินของลูกน้อยของคุณแม่ ควรจะเริ่มด้วยอาหารที่ละเอียด กลืนง่าย และคุณค่าทางอาหารอีกด้วย


มันฝรั่งตุ๋นไข่แดงแรงฤทธิ์

 ส่วนผสม
ไข่ไก่ มันฝรั่ง แครอท (หรือผักอื่น ๆ เช่น ผักกาดขาว ผักโขม) เนย นมสด
วิธีทำ
1. ล้างมันฝรั่ง ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปต้มให้สุกนิ่ม แล้วบดละเอียด
2. ต้มแครอทจนสุก แล้วหั่นให้ละเอียด ต้มไข่ให้สุกแล้วแยกเอาเฉพาะไข่แดง นำไปบดละเอียด
3. ละลายเนยเล็กน้อยในหม้อ ใส่มันฝรั่ง ไข่แดง แครอทลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่นมสดลงไป คนให้เข้ากัน ตุ๋นต่อสักครู่ ยกลง
Tip
หลังจากล้างมันฝรั่งให้สะอาด และปอกเปลือกแล้ว ควรรีบแช่ในน้ำเย็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสีน้ำตาล เมื่อนำมาประกอบอาหารจะได้ดูน่ากิน
           การบดมันฝรั่งไม่ควรใช้เครื่องปั่นอาหาร เพราะเนื้อมันฝรั่งจะหนืดเหมือนกาว

Credit:  รักลูก, kapook.com

Monday, December 24, 2012

สุดยอดอาหารรักษาผิว


ประโยคคลาสสิกที่ได้ยินกันบ่อย ๆ อย่าง you are what you eat นั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ารวมถึงเรื่องของผิวพรรณด้วย...Howard Murad โปรเฟสเซอร์ด้านการแพทย์จาก UCLA และผู้แต่งหนังสือเกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลตัวเองก็บอกคล้ายกันว่า ถ้าผิวพรรณมีปัญหาให้ดูที่อาหาร และแนะนำให้รับประทานสิ่งเหล่านี้เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ

     เป็นสิว อาหารที่แนะนำคือ แอพริคอท
เพราะแอพริคอทเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และน้ำในปริมาณมาก ช่วยให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น โดย Murad อธิบายเพิ่มว่า สิวเกิดจากการที่เซลล์ที่ตายแล้วมารวมตัวกับน้ำมันบนผิวหนัง แล้วเกิดการอุดตันซึ่งวิตามินเอจะเข้ามาช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิว ป้องกันไม่ให้เกิดการสร้างชั้นผิวที่มากเกินไปจนเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวใน ที่สุด

     ผิวหนังอักเสบ อาหารที่แนะนำคือ โยเกิร์ต
เพราะไม่เพียงเป็นอาหารเช้าและอาหารว่างยอดนิยมเท่านั้น แต่โยเกิตยังเป็นมิตรกับแบคทีเรียที่ช่วยลดอาการอักเสบ และอาการผิวแพ้   ง่าย ในปี 2010 The Norwegian University of Science and Technology เผยผลการศึกษาว่าเด็กที่เสี่ยงต่อโรคผิวหนังที่ได้รับโปรไบโอติก (มีในโยเกิต) เป็นระยะเวลา 4 เดือนจะลดอาการผิวหนังอักเสบได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่อยากจะหลีกเลี่ยงนมวัว เป็นที่น่ายินดีว่าแบคทีเรียที่ได้จากโยเกิตนมถั่วเหลืองและกะทิ ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ต่างกัน

     โรคเรื้อนกวาง อาหารที่แนะนำคือ ทูน่า
เพราะโอเมก้า 3 ในทูน่าจะช่วยต้านอาการอักเสบของผิวหนังที่จะไปกระตุ้นอาการโรคเรื้อนกวาง ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่า กรด EPA ที่พบในน้ำมันปลาช่วยยับยั้งการอักเสบได้ นอกจากนั้นสารในน้ำมันปลายังช่วยดึงน้ำเข้าสู่เซลล์ ทำให้ผิวคงความชุ่มชื่น

    ผิวหยาบกร้าน อาหารที่แนะนำคือ มันฝรั่งหวาน
เพราะในมันฝรั่งหวานขนาดกลางมี RDA ของวิตามินเอกว่า 400 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสามารถป้องกันอาการผิวแห้ง ผิวลอกได้ดีมาก อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวใหม่ได้เป็นอย่างดี เป็นเหตุผลว่าทำไมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจึงนิยมเติม Retin-A ลงไป

    ผิวมีริ้วรอย หรือรอยย่น อาหารที่แนะนำคือ มะเขือเทศกับน้ำมันมะกอก
เพราะมีการศึกษาพบว่า มะเขือเทศสดและน้ำมันมะกอกช่วยสร้างคอลลาเจนที่เป็นโมเลกุลที่ทำให้โครง สร้างผิวกระชับแน่น และอ่อนเยาว์ นักวิจัยอธิบายว่าประโยชน์ที่ได้นี้น่าจะมาจากไลโคปีน สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่อยู่ในมะเขือเทศ ส่วนในน้ำมันมะกอกก็ช่วยเสริมให้เกิดการดูดซึมเข้าสู่ระบบเลือดได้ดีขึ้น

     ผิวไหม้แดด อาหารที่แนะนำคือ แคนตาลูป
เพราะสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่มีอยู่มากในแคนตาลูปจะช่วยส่งเสริมการปกป้องผิว ตามธรรมชาติ อีกทั้งยังจะมีผลช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการทำร้ายของแสงแดดได้ด้วย

     เซลลูไลท์ อาหารที่แนะนำคือ ซัลมอนป่า (ซัลมอนตามธรรมชาติ)
เพราะในซัลมอนมีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี มีกรด alpha-linolenic ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และทำให้เนื้อเยื่อและเซลล์ผิวแข็งแรง ซึ่งเมื่อเยื่อหุ้มเซลล์แข็งแรงก็ทำให้สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดี เป็นผลต่อเนื่องให้ผิวปูดบวม ขรุขระหายไป

Credit: ขวัญเรือน

Sunday, December 23, 2012

นมแม่สุดวิเศษ ป้องกันตาบอดหากคลอดก่อนกำหนด


นมแม่ชนะเลิศ!! งานวิจัยค้นพบประโยชน์ช่วยลดโรคจอประสาทตาผิดปกติที่ทำให้ตาบอด ในเด็กคลอดก่อนกำหนดได้ถึง 6 เท่า หากคลอดก่อน 7 เดือน-น้ำหนักน้อย ยิ่งกินนมผสมยิ่งเสี่ยงเพิ่ม ยิ่งเด็กได้ดื่มนมแม่ครบ 6 เดือนจะเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ได้ดีเลิศ

พญ.วาสนา วินัยพานิช แพทย์ประจำกลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.อุตรดิตถ์ นำเสนองานวิจัยเรื่อง “นมแม่กับอุบัติการณ์การเกิดโรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดในทารกคลอดก่อน กำหนด” ว่า โรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดในทารกคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจนำไปสู่การตาบอดในอนาคต เกิดได้บ่อยมาก เพราะจอประสาทตาของเด็กจะถูกสร้างจากกึ่งกลางดวงตามาเกือบครบเมื่อ 32 สัปดาห์ และสมบูรณ์เมื่อ 40 สัปดาห์ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดคือก่อน 36 สัปดาห์ มีความเสี่ยงจะเกิดโรคนี้ โดยกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด คือทารกที่คลอดก่อน 28 สัปดาห์ ข้อมูลของสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินีในปี 2542-2544 สำรวจทารกคลอดก่อนกำหนด ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,000 กรัม มาตรวจจอประสาทตา 430 ราย พบ มีความผิดปกติของจอประสาทตาถึงร้อยละ 22.33 ดังนั้นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งเสี่ยงจะเกิดโรคจอประสาทตาผิดปกติแต่กำเนิดอยู่แล้ว เมื่อมีปัจจัยอื่นมาเสริม เช่น น้ำหนักตัวน้อย ยิ่งถูกเลี้ยงด้วยนมผสมอย่างเดียว ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าทารกที่คลอดก่อนกำหนดทั่วไปและดื่มนมแม่
พญ.วาสนา กล่าวอีกว่า การศึกษาในกลุ่มหญิงที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว กับกลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมแม่และนมผสม และกลุ่มที่เลี้ยงด้วยผสมอย่างเดียว พบว่า กลุ่มที่เลี้ยงด้วยนมผสมอย่างเดียว มีโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติของจอประสาทตามากกว่ากลุ่มที่เลี้ยง ด้วยนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เท่า ส่วนของทารกที่คลอดก่อนกำหนดที่เลี้ยงด้วยทั้งนมแม่และนมผสมมีโอกาสเสี่ยง มากกว่ากลุ่มที่เลี้ยงนมแม่อย่างเดียวถึง 3 เท่า

“ในน้ำนมแม่มี สารอาหารมากมาย อาทิ กรดไขมันไม่อิ่มตัว นิวคลิโอไทด์ สารทอรีนที่ช่วยให้จอประสาทตาเจริญเติบโต และยังมีสิ่งที่นมผสมไม่สามารถสังเคราะห์ใส่ลงไปได้คือ สารกระตุ้นจอประสาทตาที่อยู่ในน้ำนมแม่เท่านั้น จึงถือว่าในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่วิเศษมาก” พญ.วาสนา กล่าว

ด้าน น.ส.ณัฐธดา อนุกูล พยาบาลประจำหอผู้ป่วยกุมารเวช 1 รพ.สวรรค์ประชารักษ์ กล่าวว่า การศึกษา “ความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่”พบว่า ในกลุ่มตัวอย่างอายุ 3 ปี จำนวน 350 คน ในชุมชนเมือง จ.นครสวรรค์ ทั้งเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ นมผสม และที่เลี้ยงด้วยทั้งนมแม่และนมผสม พบเด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวตลอด 6 เดือนมีอีคิวมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น เมื่อศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มเด็กที่ดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว แต่ดื่มในระยะที่ต่างกัน คือ ดื่ม 1 เดือน 4 เดือน และครบ 6 เดือน พบ เด็กที่ดื่มครบ 6 เดือน มีความฉลาดทางอารมณ์ มากกว่าเด็กที่ดื่ม 1 เดือน และ 4 เดือน นมแม่นอกจากจะมีผลต่อระดับสติปัญญาของเด็ก ยังมีผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ด้วย

Credit: ผู้จัดการออนไลน์

Saturday, December 22, 2012

มักกะโรนีซุปแครอทหมู สำหรับเด็ก 10-12 เดือน


มักกะโรนีซุปแครอทหมู

อาหารสำหรับเด็กอายุ 10-12 month

เครื่องปรุง

  •           มักกะโรนีตัวอักษรลวกสุกนิ่ม 3 ช้อนโต๊ะ
  •           หมูสันในสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  •           หอมใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
  •           ผักโขมลวกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  •           แครอทหั่นเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  •           เนยสด 1 ช้อนชา
  •           น้ำซุปต้มกระดูกหมู 2 ถ้วย

วิธีทำ

1.ผัดหอมใหญ่กับเนยให้สุกเหลืองหอม ใส่แครอทลงผัด เติมน้ำซุปเทใส่โถปั่นให้ละเอียดได้ซุปแครอท
2.ใส่มักกะโรนีต้มในซุปแครอท ต้มไฟอ่อน จนสุกนุ่ม ใส่หมูสันในสับคนแบบกระจาย ๆ ใส่ผักโขม

Tip :

มัก กะโรนีต้องต้มให้สุกนิ่มเต็มที่เพื่อจะไม่เหนียว อาจใช้ข้าวสวย 3 ช้อนโต๊ะแทนมักกะโรนี ปริมาณน้ำซุปเพิ่มมากน้อยได้ตามชอบ เมนูนี้ได้คุณค่าอาหารพลังงาน จากมักกะโรนี โปรตีนจากหมู และวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ธาตุเหล็ก ช่วยให้หนูน้อยเติบโตแข็งแรง

Credit:  ModernMom

Friday, December 21, 2012

อดอาหารเย็นเพราะกลัวอ้วน ตื่นมาหิวมาก


สาว ๆ หลายคนกลัวอ้วน จึงมักเลือกใช้วิธีอดอาหารเย็น โดยการไม่รับประทานอะไรเลยหลัง 5 โมงเย็น เพราะกลัวจะทำให้อ้วน แต่พอตื่นเช้ามาเท่านั้นแหละ หิวโหยอย่างสุด ๆ จะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย

"การอด อาหารจนโหยไปก็ไม่ดีค่ะ ถ้าเราไม่อยากให้หิวกลางดึก ในมื้อเย็นก็ควรมีเส้นใยอาหารเยอะ หน่อย คือ มีผัก ผลไม้ โปรตีน และสามารถกินสแน็กยามค่ำได้ เช่น นมถั่วเหลือง โอ๊ตมีล หรือโยเกิร์ตรส ธรรมชาติ และไม่ควรให้แต่ละมื้อห่างกันมากเกินไปจนรู้สึกโหย"

"ที่ ต้องหลีกเลี่ยงคือสิ่งที่เรียกว่า Empty Calories คือ พวกนี้จะได้แต่แคลอรี ไม่ได้สารอาหาร เช่น พวกของทอด ฟาส์ตฟู้ด ขนมหวาน มันฝรั่งทอดกรอบ ไส้กรอก แฮม (บางคนเข้าใจว่าเป็นเนื้อสัตว์ แต่จริง ๆ แล้วเขาเอาเนื้อรวมกับไขมันและเกลือมาบดให้เรากิน) ซึ่งเขาพบว่า คนที่กินบ่อย ๆ จะอ้วน เพราะมันมี แคลอรีแฝงเป็นไขมันอยู่ในนั้น ดังนั้น เวลากินอย่ากินเนื้อที่เรามองไม่รู้ว่าเป็นเนื้ออะไร และกินอาหารที่เรา เห็นเป็นชิ้น ๆ ตั้งเป้าลดสัปดาห์ละ 0.5-1 กิโลกรัมก็พอแล้ว เพราะถ้าลดเร็วเกินไปก็จะโทรม ผมร่วงได้"

ได้รู้แบบนี้แล้ว สาว ๆ ก็อย่าอดอาหารจนโหยขนาดนั้นนะคะ เลือกทานของมีประโยชน์ และ ปริมาณไม่มากเกินไปในมื้อเย็นน่าจะดีที่สุดค่ะ

Credit: Lisa

Thursday, December 20, 2012

3 ดีของ...คอเลสเตอรอล ในนมแม่


หลาย ๆ คนร้องยี้ทันที เมื่อพูดถึงไขมันและคอเลสเตอรอล แต่..ไขมัน และคอเลสเตอรอลในนมแม่ ล้วนมีประโยชน์ต่อลูกค่ะ เพราะคอเลสเตอรอลในนมแม่เป็นกรดไขมันอิ่มตัว และยังเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งกรดไขมันดีสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

โอเมก้า 3 มี DHA (Docosahexaenoic acid) ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมอง จอประสาทตา และการมองเห็น พบมากในปลาทะเล ผักใบเขียว น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา สาหร่ายทะเล ฯลฯ
โอเมก้า 6 มี AA (Arachidonic acid) ที่ช่วยพัฒนาสมอง ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย และการแข็งตัวของเลือด ซึ่งจะพบมากในไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว ธัญพืช ฯลฯ

กรดไขมันทั้ง 2 ชนิดนี้ ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ซึ่งเด็กจะได้รับตั้งแต่อยู่ในครรภ์ผ่านทางรก และผ่านทางการให้น้ำนมเมื่อคลอดแล้วค่ะ

3 ประโยชน์ดี ๆ ของ DHA และ AA


1. สมองดี ใน สมองของทารกนั้น จะมีไขมันเป็นส่วนประกอบประมาณ 60% ซึ่งประมาณ 15-20% ของกรดไขมันคือ DHA กับ AA ซึ่ง DHA จะกระจายอยู่ทั่วประสาทสมอง และจอประสาทตา ส่วน AA กระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ทารกต้องการ DHA กับ AA เพื่อช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกาย สมอง และจอประสาทตาเป็นอย่างมาก ดังนั้นในช่วง 6 เดือนแรกทารกควรได้รับนมแม่ เพราะในนมแม่มีแต่กรดไขมันที่ว่าอยู่ในนี้ด้วย นมแม่นอกจากจะสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยพัฒนาสมองด้วย
มีการวิจัยพบว่า แม่ที่กินอาหารที่มี DHA ปริมาณสูง ส่งผลให้ IQ ของลูกที่กินนมแม่มีความฉลาดมากขึ้นและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นด้วย

2. ป้องกันโรคได้ดี โดยปกติแล้วในนมผสมจะมีการเติมแต่งรสชาติให้เข้มข้นทำให้ลูกติดการกินอาหาร รสจัดได้ค่ะ เด็กอาจติดนิสัยการกินอาหารที่หวานมาก เค็มมากได้ เมื่อโตขึ้น หากลูกติดกินเค็มอาจส่งผลทำให้เป็นความดันโลหิตสูง ถ้าติดกินหวานก็อาจเป็นเบาหวานหรือโรคอ้วนได้
ในขณะที่นมแม่ไม่หวาน เมื่อเทียบกับนมผสมจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ดังนั้นการที่ลูกได้กินนมแม่เท่ากับเป็นการป้องกันลูกจากโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ฯลฯ

3. ภูมิคุ้มกันดี DHA ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคได้ และยังช่วยลดภาวะคอเลสเตอรอลซึ่งมีการวิจัยพบว่า เด็กทารกที่กินนมแม่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะมีคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีน้อย ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แสดงให้เห็นว่าคอเลสเตอรอลดีที่อยู่ในนมแม่นั้นมีผลระยะยาวต่อสุขภาพของลูก ในอนาคต
คอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในนมแม่นั้นมีประโยชน์จริง ๆ ดังนั้นคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ควรเลือกกินอาหารที่เป็นประโยชน์ มี โอเมก้า 3 และโมเมก้า 6 เยอะ ๆ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ลูกน้อย และที่สำคัญที่สุดต้องให้ลูกกินนมแม่นะคะ


Credit: รักลูก

Wednesday, December 19, 2012

ดูแลผิวหลังออกแดด


นอกจากการแก้ไขความเสียหายในระยะยาวแล้ว การดูแลผิวหลังจากเผชิญแสงแดดนานๆ ในช่วงหน้าร้อน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่จะทำให้ผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง หลังจากเจอแดดมากเกินไป

ปลอบประโลมผิว รังสีที่ร้อนแรงสามารถทำให้เซลล์ผิวเสียหายได้ และความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้คุณจะไม่เกิดอาการไหม้แดด มันก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะใช้โลชั่นดูแลผิวหลังออกแดด ที่ช่วยเยียวยาหรือบรรเทาผิว และช่วยในการเยียวยาตัวเองของผิว อะโลเวร่าหรือว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมธรรมชาติที่สามารถปลอบประโลมและ บรรเทาผิวที่แห้งให้นุ่มขึ้นได้ มันยังได้ผลอย่างมากในการบรรเทาอาการไหม้แดด

เติมความชุ่มชื่น แสงแดดทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านได้ง่าย หลังจากโดนแดดมากๆ คุณต้องการมอยสเจอไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูงๆ และควรดื่มน้ำเยอะๆ ด้วย ลองมองหามอยสเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เชียบัตเตอร์ หรือโกโก้บัตเตอร์ เพื่อให้ผิวนุ่มและชุ่มชื่น มอยสเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเอเอชเอหรือกรดไฮยาลูรอนิก สามารถทำให้ผิวอวบอิ่มขึ้น ทำให้ดูมีริ้วรอยน้อยลง และการใช้อย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้

ปรนเปรอผิว นอกจากขั้นตอนปกติแล้ว เอาใจตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยการใช้มาส์กเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวอย่างเข้ม ข้นเป็นพิเศษ เลือกมาส์กแบบให้ความชุ่มชื่นสูงๆ เพื่อเยียวยาผิวที่แห้งกร้านจากแดด และเอามาส์กไปแช่ตู้เย็นก่อนใช้เพื่อเพิ่มความสดชื่น

อย่าลืมขัดลอกผิว การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยเปิดทางให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าเผยตัว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และส่วนผสมต่างๆ ในการบำรุงและปรนเปรอผิวสามารถซึมซับลงไปในผิวได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมขัดลอกเซลล์ผิวเป็นประจำด้วยล่ะ


Credit: Lisa

แซลมอนอบซีอิ๊ว

แซลมอนอบซีอิ๊ว


อาหารสำหรับเด็ก วัย 3 - 6 ปี


ส่วนผสม

  •          เนื้อปลาแซลมอน ประมาณ 2 ขีด
  •          ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
  •          น้ำตาล ½ ช้อนชา
  •          น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ
  •          น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  •          เห็ดเข็มทอง 3 ช่อ


 วิธีทำ

คลุก เคล้าน้ำมันงา น้ำซุป น้ำตาล และซีอิ๊วญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน และนำปลาแซลมอนมาหมักไว้ 5 นาที จากนั้นวางเห็ดเข็มทองที่ถาดอบ นำเข้าเตาอบประมาณ 10-15 นาที เมื่อสุกแล้วกินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ

DHA พระเอกของสมอง

เมื่อ พูดถึงแซลมอนก็ต้องเอ่ยชื่อพระเอกรุ่นเก๋าอย่าง DHA และโอเมก้า 3 ที่พบได้มากในปลาทะเล ซึ่งมีประโยชน์กับระบบประสาทและสมอง จากรายงานของ Tufts University ในสหรัฐอเมริกา ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Neuroscience กล่าวว่า การที่เด็กเล็ก ๆ ได้รับ DHA จะช่วยเรื่องความจำและการเรียนรู้

Credit:  ModernMom