Mother Care Baby Care
Wednesday, January 23, 2013
กินเค้กอย่างไร...ไม่อ้วน
ผู้หญิงกับเค้กเป็นของคู่กัน ไม่ว่าจะมาล่อใจช่วงเวลาไหนรับรองสาวๆ ก็ควบคุมความอยากของตัวเองไม่ได้
พูดถึงการกินเค้กอย่างไรไม่ให้อ้วน สิ่งแรกที่สาวๆ ควรรู้ไว้เลยว่าต้องกินให้ "ถูกเวลา" ซึ่งช่วงเวลาที่หมาะสมกับการกินเค้กนั้นคือ "ช่วงเช้า" อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาหารเช้ามีความสำคัญต่อร่างกาย ตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานมากที่สุด เมื่อเรากินอาหารเข้าไปทำให้สามารถนำอาหารที่เรากินไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง เต็มที่
ดังนั้นสาวๆ ที่ชอบกินเค้ก ให้นำมาเป็นอาหารที่ให้พลังงานในมื้อเช้า เพราะในช่วงเช้าระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำ ไม่ว่าใครก็ตามที่ตื่นนอนใหม่ๆ สมองจะไม่สามารถทำงานได้คล่องแคล่วในช่วงเวลานี้ เพราะจะมีการตอบสนองที่ไวต่อน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นพิเศษ และน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย
ถ้าเรากินเค้กในมื้อสาย หรือคิดง่ายๆ ว่าเป็นของว่างระหว่างมื้อในตอนกลางวัน จะทำให้ร่างกายไม่
สามารถใช้พลังงานที่ได้จากการกินเค้กหมดไป ร่างกายของจะสามารถใช้พลังงานให้หมดไปด้วยการทำกิจกรรมใน 1 วัน โดยการเคลื่อนไหว ยิ่งเคลื่อนไหวมากร่างกายจะดึงพลังงานจากเค้ก 1 ชิ้นให้หมดไปในช่วงก่อนเที่ยงได้ ... แค่ปรับเวลาการกินเค้กมาอยู่ในช่วงเช้า สาวสวยอย่างเราก็ไม่ต้องกลัวอ้วนอีกต่อไป
Credit: WomanPlus
Sunday, January 20, 2013
ลดความอ้วนด้วยสลัดดีจริงหรือ
สาว ๆ หลายคนมักเลือกทาน "สลัด" เป็นอาหารลดน้ำหนัก แต่ทานสลัดแล้วจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า มาดูกันค่ะ
สลัดอาจจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่ง แต่ก็อาจจะเป็นอาหารที่แย่พอ ๆ กับอาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น เฟรนฟรายด์ หรือเบอร์เกอร์ได้เหมือนกัน เพราะสิ่งที่คุณใส่ลงไปในจานเหล่านั้นมีปริมาณแคลอรีมากนั่นเอง โดยเฉพาะชีสแข็ง เบคอนกรอบ รวมทั้งน้ำสลัดครีมที่จะทำให้คุณมีแคลอรีสูงเกินไป หากต้องการจะลดน้ำหนัก แต่ผักอย่างมะเขือเทศ เห็ด หรือพริกหวาน ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยทีเดียว
ฉะนั้นแล้ว สลัดสามารถเป็นอะไรตามที่คุณอยากให้เป็นได้ หากคุณเลือกทานให้ถูกต้อง ก็จะช่วยลดน้ำหนักให้คุณได้ค่ะ แต่หากคุณตักสลัดกองสุมเป็นภูเขา เมื่อคุณทานในร้านอาหารคงไม่ใช่ทางออกที่ดีของการลดน้ำหนักอย่างแน่นอน
Credit: Lisa
Friday, January 18, 2013
เด็กไทยงดกินอาหารเช้า เสี่ยงไม่มีสมาธิ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจมีพฤติกรรมไม่กินอาหารเช้าของเด็กวัยเรียนอายุ 6 - 11 ปี พบว่า ไม่กินอาหารเช้า ร้อยละ 30 โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิงอายุ 12 – 14 ปี ไม่กินอาหารเช้า ถึงร้อยละ 52 แนะผู้ปกครองต้องให้ความสำคัญกับอาหารเช้า เพราะการขาดสารอาหารในช่วงเช้าจะส่งผลเสียต่อการเรียนและสุขภาพ
ดร.นพ.สม ยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมการกินอาหารเช้าของเด็กวัยเรียน พบว่า เด็กอายุ 6 - 11 ปี ร้อยละ 30 ไม่กินอาหารเช้า และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิง จึงอยากให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับอาหารเช้าโดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมซึ่ง เป็นช่วงการเดินทางที่เร่งรีบ สำหรับการเตรียมอาหารเช้า แนะวิธีเตรียมซึ่งบางส่วนอาจเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็น เมนูอาหารเช้าที่ดีต้องประกอบถูกหลักโภชนาการ มีโปรตีนสูง และเป็นเมนูที่เตรียมง่าย ๆ เป็นอาหารจานเดียว เช่น ข้าวต้มเครื่อง โจ๊ก ข้าวผัด อาหารสำเร็จรูปประเภทซีเรียลผสมนมรสจืด ขนมปังแซนวิส สำหรับข้าวเหนียวหมูปิ้งซึ่งเป็นเมนูอาหารเช้าที่หาซื้อได้ง่าย ก่อนเลือกเป็นเมนูสำหรับลูกต้องเลือกเป็นหมูปิ้งไม้ที่ไม่ติดมัน ไม่ไหม้เกรียมจนเกินไป และควรเพิ่มผัก อาทิ แตงกวาหรือกะหล่ำปลี เพื่อความหลากหลาย การเพิ่มผักในเมนูอาหารเป็นการฝึกให้เด็กกินผัก ด้วยวิธีใช้ผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน และรสขม เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง แครอท หรือหั่นผักให้เป็นชิ้นเล็กเพื่อเพิ่มสีสัน ในเมนูอาหาร ที่สำคัญควรเตรียมนมรสจืด 1 กล่อง และผลไม้ประมาณ 1 ผล เช่น ส้ม แอปเปิ้ล ชมพู่ เพื่อให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมและครบถ้วน
ดร.นพ.สม ยศ กล่าวต่อไปว่า ผลกระทบของการขาดสารอาหารในช่วงเช้า โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนจะส่งผลเสียต่อการเรียนและสุขภาพ เพราะการเผาผลาญสารอาหารของร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะช่วงระหว่างอาหารเย็นถึงช่วงเช้า ร่างกายจะทำงานเพื่อเผาผลาญตลอดเวลาแม้ในขณะหลับ และหากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารในมื้อเช้า จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย หงุดหงิด อารมณ์เสีย อาจถึงขั้นหน้ามืดเป็นลมได้ เนื่องจากสมองได้รับน้ำตาลกลูโคสไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ซึ่งอาการเหล่านี้หากเกิดในช่วงเวลาเรียน จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิเรียนและอาจเป็นโรคกระเพาะถึงขั้นต้องพักการเรียนได้
“ทั้งนี้ หลักโภชนาการที่ถูกต้องควรกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ผู้ปกครองควรหันมาใส่ใจบุตรหลานของตนเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารเช้า หากไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้าเองก็ควรจะเพิ่มเวลาเพื่อออกไปเลือกเมนูอาหาร เช้าที่เหมาะสมนอกบ้าน เพราะเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่ต้องการพลังงาน สารอาหารที่ครบถ้วน และหลากหลายให้เพียงพอต่อร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม ขมหวาน ขนมขบเขี้ยว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนของเด็กไทย พร้อมทั้งควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้สมองสามารถเรียนรู้ จดจำ มีสมาธิ พร้อมเริ่มวันใหม่ ตลอดจนทำกิจกรรมการเรียนรู้กันเพื่อนได้อย่างดี ควบคู่กับสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย” อธิบดีกรมอนามัยกล่าวในที่สุด
Credit: กรมอนามัย
Wednesday, January 16, 2013
ดื่มนมสดช่วยลดความอ้วน
เมื่อก่อนเราเชื่อว่านมสดเป็นอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงในช่วงลดน้ำหนัก เพราะนมมีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย แต่ผลการวิจัย ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมายืนยันแล้วว่าการกินนมสดในระหว่างที่กำลังลดความ อ้วนนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนขึ้นแล้ว ยังช่วย ลดน้ำหนักได้อีกด้วย
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะในนมสดมีปริมาณแคลเซียมสูง ซึ่งมีส่วนช่วยขัดขวางการสร้างและสะสมไขมันของฮอร์โมนแคลซิไทออล (Calcitriol) ไม่ให้มากเกินไป นอกจากนี้สารอาหารในนมอย่างฟอสฟอรัสและแมกนิเซียมยังเป็นตัวเสริมให้ แคลเซียมทำงาน ได้ดีขึ้นอีกด้วย
แค่เลือกดื่มนมสดไขมันต่ำวันละ 3-4 แก้ว ก็จะช่วยให้หุ่นเพรียวสมส่วนได้อย่างใจฝันแล้ว
Credit: นิตยสาร @Kitchen
Monday, January 14, 2013
ไอเดียอาหารเช้า ช่วงลดน้ำหนัก
อยากผอม ต้องการลดน้ำหนัก อย่าคิดพึ่งวิธีการอดอาหารเชียวนะ บางคนอาจทรมานตัวเองด้วยการอดมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น แต่มื้อที่คุณขาดไม่ได้เลยนั้นคือมื้อเช้า และนี่คือรายการอาหารเช้าที่ช่วยคุณได้ในช่วงลดน้ำหนัก
1. ข้าวโอ๊ต
เป็นหนึ่งในเมนูแนะนำของมื้อเช้าเลย เหมาะกับคนทุกวัยและทุกรูปร่าง เป็นตัวช่วยสำคัญในการทำความสะอาดระบบการย่อยในทางเดินอาหาร เรียกได้ว่าเคลียร์พื้นที่ในลำไส้นั่นแหละ ช่วยลดปริมาณระดับคอเลสเตอรอลที่ร่างกายจะได้รับเข้ามา ข้าวโอ๊ตหนึ่งถ้วยใส่นม หรือเติมช็อกโกแลตด้วยเล็กน้อยก็พอช่วยให้คุณอิ่มท้องได้แล้ว คาร์โบไฮเดรตในข้าวโอ๊ตช่วยเติมพลังให้คุณได้โดยที่ไม่มีแคลอรีสูงด้วย
2. ผลไม้สด
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ เติมความสดชื่นด้วยผลไม้สด ๆ ชุ่มฉ่ำ เป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกายและขจัดสารพิษตกค้าง องุ่นสักพวง แอปเปิ้ลสักลูก หรือกีวีฝาน ช่วยให้ทั้งพลังงานและเติมความสดชื่น กินคู่กับนมหรือกาแฟสักแก้ว ก็จะได้สุดยอดอาหารเช้าไดเอ็ตแล้ว
3. ซีเรียลกับนม
สองคู่หูแสนอร่อย โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ คอร์นเฟล็กซ์กับนมอย่างง่าย ๆ นี้ให้พลังงานกับร่างกายคุณได้แน่นอน โดยไม่เพิ่มไขมันที่คุณย่อมไม่ต้องการ อาจเติมผลไม้ลงไปสักหน่อย เช่น พีช เบอร์รี่ หรือแอปเปิ้ล เป็นอาหารเช้าอย่างง่าย ๆ ที่ดีต่อการไดเอ็ตอย่างมาก
4. สลัดผัก
เหมาะกับช่วงหน้าร้อนอาจเป็นเมนูที่น่าเบื่อสำหรับบางคน แต่ก็ไร้ไขมันส่วนเกินนะ กินคู่กับผลไม้และนมสักหน่อยก็ช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงได้ การกินผักสดตั้งแต่หัววันเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นการเปิดทางให้ระบบย่อยอาหารนั้นโล่งสะดวก พร้อมรับอาหารในตลอดทั้งวันที่เหลือ
5. มิลค์เชค
นม ชา หรือกาแฟปั่นนั้น เหมาะกับคนที่ชอบดื่มพวกชา และกาแฟมาก เพราะให้แคลอรีค่อนข้างสูงพอที่จะเติมพลังให้คุณ แต่ต้องคอยควบคุมน้ำตาล อย่าให้หวานเกินไปล่ะ เพราะจะกลายเป็นเพิ่มน้ำหนักให้คุณได้
ทำไมเราจึงไม่ควรอดมื้อเช้าในช่วงลดน้ำหนัก
อาหารเช้าช่วยสตาร์ทเครื่องเมตาบอลิซึ่ม เพราะในระหว่างที่เราหลับ ระบบเผาผลาญจะทำงานเฉื่อยลงมาก ซึ่งอาหารเช้านี่แหละจะช่วยให้มันกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง แล้วคุณก็จะเผาผลาญแคลอรีได้ดีขึ้น
เมื่อคุณอดมื้อเช้า มีโอกาสที่คุณจะหิวโซจนเริ่มคว้าของว่างในช่วงตอนสาย ๆ ที่อาจให้แคลอรีสูง จะทำให้เสียแผนลดน้ำหนักได้ และแน่นอนว่าพอถึงมื้อกลางวัน คุณก็จะกินแบบไม่อั้นเลย
อาหารเช้าช่วยกระตุ้นพลังสมอง ไม่ว่าจะเป็นในการทำงานหรือเรียน และยังช่วยให้คุณมีพลังในการออกกำลังกายได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงภาวะอารมณ์ให้คุณอารมณ์ดี รู้สึกสดชื่น และกระปรี้กระเปร่า
หากคุณไม่รู้สึกหิวในช่วงเช้า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้สึกหิวในช่วงเช้าอันแสนสั้นก่อนไปทำงาน คงเป็นเพราะร่างกายคุ้นชินกับการได้รับแคลอรีในภายหลัง อย่างไรก็ตาม คุณควรฝึกกินอาหารสุขภาพในมื้อเช้า ค่อยๆ เริ่มไปทีละนิด แล้วร่างกายคุณก็จะเคยชิน ทีนี้คุณจะรู้สึกดีจนต้องถามตัวเองว่าก่อนหน้านี้พลาดมื้อเช้าไปได้ยังไงกัน นะ
Credit: Lisa
Thursday, January 10, 2013
ไขข้อข้องใจกับ...ยาคุมกำเนิด
หลากหลายคำถาม ไขข้อข้องใจกับปัญหายาคุมกำเนิด ที่บางคนก็อาจจะยังไม่รู้
ยาคุมกำเนิดช่วยเรื่องสิวได้หรือเปล่า
ใช่ ยาคุมกำเนิดช่วยให้อาการสิวดีขึ้นในผู้หญิง ส่วนใหญ่แล้วยาคุมจะถูกนำมาใช้ในคนที่เป็นสิวในกรณีที่ยาอื่นใช้ไม่ได้ผล
จากผลการสำรวจ 61% เชื่อว่ายาคุมกำเนิดทำให้น้ำหนักเพิ่ม
ความจริงคือไม่ใช่ยาคุมกำเนิดทุกตัวจะทำให้น้ำหนักเพิ่ม และมีความเป็นไปได้ทั้งน้ำหนักเพิ่มหรือลดในคนที่กินยาคุมกำเนิด เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าเรากังวลเรื่องนี้
ครึ่งหนึ่งของผลสำรวจพบว่าคนจะเข้าใจว่าไม่ควรกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องนานๆ ควรจะพักการกินบ้าง
ผลที่ได้จากการวิจัยคือคนที่กินยาคุมกำเนิดไม่จำเป็นต้องพักการกินยาคุม ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสามารถจ่ายยาคุมให้กับผู้หญิงที่แข็งแรง ไม่สูบบุหรี่ ได้เกินอายุ 40 ปี แต่เราต้องกินไปนานขนาดไหนต้องปรึกษากับผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพที่เป็นคน จ่ายให้ (เป็นอาชีพหนึ่งที่เมืองนอกแต่บ้านเราไม่มี)
21% จากการสำรวจพบว่าคนเข้าใจว่ายาคุมกำเนิดทำให้เป็นหมัน
ยังไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ใดๆที่บอกว่ายาคุมทำให้เป็นหมัน
ยาคุมช่วยเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือเปล่า
พบบางการศึกษาที่บอกว่ายาคุมเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมอยู่เหมือนกัน แต่การวิจัยที่วิจัยเรื่องนี้เป็นหลักก็ยังไม่พบความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง เต้านมที่เพิ่มขึ้น คุณควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับยาคุมที่คุณกินถ้าคุณกังวล เรื่องนี้
ถ้าเราไม่กินยาคุมในเวลาเดียวกันทุกวันได้มั้ย
ยาคุมที่เป็นแบบมีฮอร์โมน 2 ตัวคือเอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสติน (progestin) จะมีประสิทธิภาพเกิน 99% ถ้าเรากินตรงเวลาทุกวัน และให้เราจำไว้เลยว่าถ้าเรากินยาคุมไม่ต่อเนื่องหรือลืมกินยาคุมจะเพิ่มการ เกิดผลข้างเคียงเช่นเลือดออกระหว่างการกินยา
ก่อนที่เราจะตั้งท้อง เราจำเป็นต้องหยุดยาก่อนหลายเดือนเพื่อให้ยาคุมออกจากร่างกายไปให้หมดก่อนใช่ไหม
คุณสามารถเริ่มตั้งครรภ์ได้ทันที่หลังจากคุณหยุดยาคุม แต่ควรที่จะปรึกษากับแพทย์เพื่อให้ทารกในครรภ์สมบูรณ์
ทำยังไงถ้าเราลืมกินยาคุม
ให้คุณรีบกินยาทันทีที่คุณจำได้ ถ้าคุณลืมจนข้ามวันไปแล้ว ให้กินยาคุม 2 เม็ดในวันที่จำได้ ถ้าคุณลืมกินยา 2 วัน ให้คุณกินยาคุม 2 เม็ดในวันที่จำได้และอีก 2 เม็ดในวันถัดไป หลังจากนั้นก็กินตามปกติ ถ้าคุณลืมกินเกิน 2 วันให้ปรึกษาแพทย์ คุณอาจต้องกินยาคุมวันละเม็ดจนถึงวันอาทิตย์ แล้วจึงเริ่มแผงใหม่ หรือไม่ก็เลิกแผงนั้นไปเลย แล้วเริ่มแผงใหม่ในวันเดียวกันกับแผงเดิม
เมื่อไหร่ที่ลืมกินยาคุมฯ ควรต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมกับการกินยาคุมแผงเดิมไปจนหมด เพราะการลืมกินยาคุมเพียงเม็ดเดียวก็จะเพิ่มโอกาสในการผลิตไข่ออกจากรังไข่ อย่างไรก็ดีหากลืมกินยาคุมฯในสัปดาห์สุดท้ายของยาคุมแผง 28 เม็ด ก็ไม่ทำให้เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ เพราะ 7 เม็ดสุดท้ายนั้นเป็นยาที่ไม่ออกฤทธิ์ในการคุมกำเนิดอยู่แล้ว หากว่าลืมวันที่มีประจำเดือนและลืมกินยาคุมในช่วง 21 เม็ดแรก ให้ตรวจการตั้งครรภ์ หากประจำเดือนไม่มาติดกัน 2 เดือนแม้ว่าจะกินยาคุมตามปกติ ก็ให้ตรวจการตั้งครรภ์ด้วย
การกินยาคุม เม็ดที่มีฮอร์โมน progestin นั้นจำเป็นต้องกินให้ตรงเวลาในทุกวัน หากว่าเลยเวลาที่กินประจำมากกว่า 3 ชั่วโมงก็ให้รีบกินทันทีที่นึกได้ ร่วมกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น (เช่นการใช้ถุงยางอนามัย) ในช่วง 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น
ยาคุมมีผลข้างเคียงหรือไม่
ใช่ ยาคุมมีผลข้างเคียง แม้ว่ามันจะไม่มาก เช่น คลื่นไส้, น้ำหนักเพิ่ม, เจ็บนม, หน้าอกขยาย, มีเลือดออกระหว่างที่กินยาคุม, ประจำเดือนมาน้อย, อารมน์เปลี่ยน
ผลข้างเคียงที่จะพูดถึงนี้อาจไม่เกิดขึ้นบ่อย แต่เป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ถ้าเกิดกับเราให้รีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจมาจากที่เรา เป็นโรคร้ายแรงอยู่เช่น โรคตับ, เส้นเลือดตีบ, เกิดลิ่มเลือด, ความดันสูง หรือโรคหัวใจ
อาการที่ว่าคือ ปวดท้อง, เจ็บหน้าอก, ปวดหัวรุนแรง, มีปัญหาทางสายตา (มองแล้วเบลอ), ปวด บวมที่ขาและเข่า
ผู้หญิงทุกคนสามารถกินยาคุมใช่ไหม
ผู้หญิง ส่วนใหญ่สามารถกินยาคุมอย่างปลอดภัย แต่ไม่แนะนำถ้าอายุคุณเกิน 35 ปีและเป็นคนสูบบุหรี่ ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนสูบบุหรี่ คุณสามารถกินยาคุมไปได้จนถึงช่วงวัยหมดประจำเดือนได้เลย หรือไม่ควรรับประทานยาคุมถ้า
- คุณมีลิ่มเลือดที่แขน ขา และปอด
- เป็นโรคหัวใจหรือโรคตับ
- เป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งมดลูก
Credit: acnethai.com
Tuesday, January 8, 2013
อาหารที่คนมักเข้าใจผิดว่ากินแล้วไม่อ้วน
คิดว่ามีหลายเมนูที่สาวๆ กำลังใช้เป็นตัวเลือกในการรับประทานยามจะลดความอ้วน แต่ยิ่งผ่านไปน้ำหนักก็ไม่ได้ลดลงเลย นั่นอาจจะเป็นไปได้ว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปนั้น เราเข้าใจผิดไปเองว่ามันจะช่วยลดน้ำหนัก
เรากำลังกินสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่
- น้ำผลไม้คั้นเองไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำผลไม้ 100 % ที่จริงมีน้ำตาลธรรมชาติจำนวนมาก ถ้าดื่มแล้วไม่ออกกำลังเผาผลาญทิ้งไป ทำให้อ้วนมากกว่าดื่มนมจืดขาดมันเนยเสียอีก
- นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต ส่วนใหญ่ทั้งหวานและมีไขมันสูง แต่โปรตีนกลับไม่มากพอ บางแบรนด์เป็นชนิดไขมันต่ำ แต่มีน้ำตาลสูงหรือผสมน้ำผลไม้ ดังนั้นควรรับประทานแต่โยเกิร์ตรสธรรมชาติแท้ชนิดไขมันต่ำ ( แต่ไม่อร่อย )
- ชาเขียว ถ้าเป็นชนิดหวานต้องทำให้อ้วนอยู่แล้ว ส่วนรสธรรมชาติไม่ทำให้อ้วนแต่จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่าไม่สามารถลดความ อ้วนได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะดื่มเพื่อลดความอ้วน
- เครื่องดื่มหรือวุ้นที่ทำจากบุก แต่กลับใส่น้ำตาลหรือน้ำผลไม้
- ครีมผงและข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปชนิดไม่มีโคเลสเตอรอล แต่กลับมีไขมันอิ่มตัวสูง ยิ่งชนิดทรีอินวันพร้อมดื่มจะมีน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวจำนวนมาก ควรชงกาแฟ โกโก้โดยใช้นมจืดไขมันต่ำและน้ำตาลเทียมแทน
- ส้มตำเปล่าๆ ทุกมื้อจะได้รับแต่น้ำตาลแต่ขาดโปรตีน ควรรับประทานเพียงเล็กน้อยแล้วเพิ่มไก่ย่างไม่ติดหนังหรือหมูปิ้งไม่ติดมัน และผักให้พออิ่ม โดยไม่รับประทานข้าวเหนียว
- รับประทานผลไม้จืดหรือเปรี้ยวแทนอาหาร 1 มื้อ เช่น ฝรั่ง แอปเปิล แก้วมังกร สับปะรด เป็นวิธีการที่ผิดอย่างร้ายแรง เพราะเปลี่ยนจากข้าว ( แป้ง ) เป็นผลไม้ ( ก็แป้งเหมือนเดิมแต่มีน้ำตาลมากกว่า ) ซ้ำยังไม่รับประทานกับข้าวซึ่งเป็นโปรตีนและผัก ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลธรรมชาติในผลไม้เหล่านี้เป็นไขมันสะสมอยู่ดี บางคนจึงไม่ลด
- ส่วนคนที่น้ำหนักลดเกิดจากการขาดสารอาหาร ทำให้กระดูก กล้ามเนื้อ และเลือดลดลง น้ำหนักโดยรวมจึงลดลง คนเหล่านี้จะค่อยๆป่วยหมดแรงและห่อเหี่ยวจนต้องเลิกในที่สุด และกลับปล่อยให้อ้วนเหมือนเดิมแทบทุกราย
- แป้งประเภทเมล็ด เช่น ข้าว ข้าวเหนียว ข้าวโพด ถั่วทุกชนิดยกเว้นถั่วเหลือง ควรรับประทานกับข้าวให้อิ่ม แต่รับประทานข้าวหรือข้าวเหนียวให้น้อยที่สุด ข้าวกล้องมีแป้งน้อยกว่าข้าวเจ้า ขนมปังโฮลวีทมีแป้งน้อยกว่าขนมปังข้าวสาลี จึงทำให้อ้วนน้อยกว่าและถ่ายดีกว่า แต่ถ้าทานปริมาณมากเกินกว่าการใช้แรงเผาผลาญก็ทำให้อ้วนขึ้นอยู่ดี
- แป้งประเภทเส้น เช่น ก๋วยเตี๋ยว หมี่ ขนมจีน ควรรับประทานเกาเหลาแทน ยกเว้นเส้นบุกรับประทานได้เพราะจะถ่ายทิ้งหมดไม่เปลี่ยนรูปเป็นไขมันสะสม
- แป้งประเภทหัว เช่น เผือก มัน ฟักทอง โดยเฉพาะมันฝรั่งทอดควรงดเด็ดขาด
- แป้งทำอาหาร เช่น ปาท่องโก๋ โรตี อาหารทุกชนิดที่ทำจากแป้งรวมทั้งขนมปังจืดเปล่าๆก็ควรลด
Credit: women.thaiza.com
Subscribe to:
Posts (Atom)






